2005/Jun/22

นิราศโคบุตร

เป็นนิทานเรื่องแรกของสุนทรภู่ แต่งขึ้นเพื่อถวายเจ้านายในพระราชวังหลังพระองค์หนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับ โคบุตรซึ่งเป็นลูกของพระอาทิตย์และนางอัปสร โดยฝากเลี้ยงไว้กับพญาราชสีห์ และนางไกรสร เมื่อเจริญชันษาโคบุตรซึ่งได้รับของวิเศษจากพระอาทิตย์ คือ แหวน และสังวาล และได้รับมอบใบยาวิเศษที่สามารถชุบชีวิตคนตายให้มีชีวิตได้จากราชสีห์ ต่อจากนั้นจึงเป็นเรื่องาวการผจญภัยของโคบุตร ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่งในตอนท้ายที่โคบุตรมีพระมเหสีสองคน คือ นางอำพันมาลา และมณีสาคร นางอำพันมาลาเห็นโคบุตรรักนางมณีสาครมากกว่าตน จึงทำเสน่ห์ให้โคบุตรหลงรัก แต่อรุณกุมารได้แก้ไขเสน่ห์ โคบุตรโกรธมากถึงกับสั่งประหาร แต่อรุณกุมารขอร้อง โคบุตรจึงขับไล่นางอำพันมาลาออกจากวัง ดังต่อไปนี้

โฉมอำพันมาลาน้ำตาไหลเห็นชาวในพระสนมมาคับคั่ง
ค่อยหยุดยืนฝืนองค์ทรงประทังเหลียวมาสั่งสาวสวรรค์กำนัลใน
จงปกป้องครองกันเป็นผาสุก อย่ามีทุกข์เศร้าสร้อยละห้อยไห้
เรามีกรรมจำลาเจ้าคลาไคลหักพระทัยออกจากทวารา

นิทานพระไชยสุริยา

ท่านสุนทรภู่แต่งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๘๓ - ๒๓๘๕ ขณะที่บวชเป็นพระอยู่ทีวัดเทพธิดาราม ท่านแต่งเป็นกาพย์ซึ่งแทรกความรู้เกี่ยวกับภาษาไทย ในเรื่องของมาตราตัวสะกดแม่ต่าง ๆ เช่น แม่กก กง กน กด กบ และเกย เป็นต้น นอกจากนั้นยังสอดแทรกคติธรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย

ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสให้พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) แต่งตำราภาษาไทยขึ้น ท่านได้นำกาพย์พระไชยสุริยามาแทรกไว้ในหนังสือมูลบท บรรพกิจ ซึ่งเป็นแบบเรียนเล่มแรกในทั้งหมด ๖ เล่ม

พระไชยสุริยาเป็นเรื่องราวของพระไชยสุริยากษัตริย์ครองเมืองด้วยความสงบเรียบร้อยมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งมีน้ำท่วมจนบ้านเมืองล่มสลายไป พระไชยสุริยาพร้อมกับนางสุมาลีพระมเหสีและนางกำนัลหนีลงเรือ แต่ก็ถูกพายุพัดจนเรือแตก คลื่นซัดพระไชยสุริยากับพระนางสุมาลีเข้าฝั่ง ทั้งสองต้องเดินทางอยู่กลางป่าจนพบกับฤาษีตนหนึ่ง ฤาษีได้บอกถึงสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองพังพินาศว่า ด้วยข้าราชสำนักทั้งหลายประพฤติชั่ว รับสินบนไม่รักษาความยุติธรรม ฟ้าดินจึงลงโทษให้ได้รับความเดือดร้อน ฤาษีได้แนะนำให้พระไชยสุริยา และพระนางสุมาลีรักษาศีลปฏิบัติธรรม ต่อมาทั้งสองพระองค์ได้ออกบวชและบำเพ็ญธรรมจนสิ้นพระชนม์ชีพ ดังจะคัดมาเป็นตอนของแม่กงมาให้อ่าน ดังต่อไปนี้
กลางไพรไก่ขันบรรเลงฟังเสียงเพียงเพลงซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดังเพียงฆ้องกลองระฆังแตรสังข์สังสดาลขานเสียง
กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียงพระยาลอคลอเคียงแอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋งเพลินฟังวังเวงอีเก้งเริงร้องลองเชิง
ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิงคางแข็งแรงเริงยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
ป่าสูงยูงยางช้างโขลงอึงคะนึงผึงโผงโยงกันเล่นน้ำคล่ำไป

นิทานลักษณวงศ์

เป็นนิทานคำกลอนเป็นเรื่องของ ลักษณวงศ์พระโอรสของท้าวพรหมทัต และนางสุวรรณอำภา ครั้งหนึ่งทั้งสามได้ออกประพาสป่า ขณะที่ทั้งสามกำลังบรรทมอยู่นั้น มีนางยักษ์ตนหนึ่งมาพบท้าวพรหมทัตและเกิดหลงรัก จึงแปลงตนเป็นสาวงามทำให้ท้าวพรหมทัตหลงใหล จนสั่งให้ประหารนางสุวรรณอำภาและลักษณวงศ์ แต่เพชรฆาตสงสารจึงปล่อยตัวทั้งสองไป ต่อจากนั้นเป็นเรื่องการผจญภัยของลักษณวงศ์และของนางทิพย์เกสร ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่ง ดังต่อไปนี้
พอสิ้นแสงสุริยาในอากาศก็โอภาสจันทร์แจ่มจำรัสฉาย
น้ำค้างโรยโปรยปรายกระจายพราย พระพายชายพัดเชยรำเพยพาน
เสาวคนธ์หล่นโรยมารื่นรื่นเจ้าพลิกฟื้นวรองค์น่าสงสาร
ไม่เห็นองค์มารดายุพาพาลยิ่งแดดาลเดือดดิ้นอยู่โดยเดียว

นิทานสิงหไตรภพ

ท่านสุนทรภู่เริ่มแต่งตอนต้นเรื่องประมาณต้นรัชกาลที่ ๒ และแต่งต่อในตอนท้ายขณะที่บวชอยู่ ณ วัดเทพธิดาราม เพื่อถวายเจ้าฟ้าอาภรณ์ตอนหนึ่ง และถวายกรมหมื่นอัปสรเทพสุดา ฯ อีกตอนหนึ่งสิงหไตรภพเป็นนิทานพื้นบ้านอีกเรื่องหนึ่งของท่านสุนทรภู่ เป็นเรื่องราวของ สิงหไตรภพซึ่งเป็นโอรสของท้าวอินณุมาศ เจ้าเมืองโกญจา และนางจันทร์แก้วกัลยาณี พระมเหสี ทั้งสองได้รับบุตรจอมโจรสลัดมาเลี้ยงเป็นโอรสบุญธรรมชื่อว่า คงคาประลัย คงคาประลัยเป็นคนพาลตามนิสัยของบิดา วันหนึ่งคงคาประลัยได้ก่อกบฏยึดอำนาจภายในเมือง เนื่องจากเกดความโกรธแค้นที่พ่อถูกฆ่าตาย และอิจฉาพระโอรสที่อยู่ในครรภ์ของนางจันทร์แก้วกัลยาณี ทำให้กษัตริย์ทั้งสองต้องหนีออกจากเมืองไปอาศัยอยู่ในป่าและให้กำเนิดพระโอรสในป่า ต่อมาพราหมณ์เทพจินดาได้ลักพาตัวสิงหไตรภพไป ด้วยพราหมณ์เทพจินดาผู้เป็นบุตรของพราหมณ์วิรุณฉาย ซึ่งสามารถทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ทราบว่าจะมีผู้มีบุญลงมาเกิด ก่อนตายได้สั่งพราหมณ์เทพจินดาบุตรชายให้ตามหาเด็กชายที่มีลักษณะตามตำรา วันหนึ่งพราหมณ์เทพจินดาและสิงหไตรภพได้พบยักษ์ชื่อพินทุมาร และอาศัยอยู่กับพินทุมารจนโต เมื่อสิงหไตรภพเติบโตจึงได้ขโมยใบไม้วิเศษที่เมื่อกินเข้าไปแล้ว สามารถแปลงกายเป็นสัตว์ได้ ต่อจากนั้นเป็นเรื่องราวของการผจญภัยของสิงหไตรภพ ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่ง ดังต่อไปนี้
ซึ่งสัจจังที่ตั้งเมตตาจิตมิได้คิดแสร้งเสกอุเบกษา
ด้วยเลี้ยงคงคาประลัยจนใหญ่มาทั้งเวลากินนอนไม่ร้อนรน
มันกลับขวิดคิดร้ายทำลายล้างฆ่าผู้สร้างสืบสายฝ่ายกุศล
เสียชีวิตก็เพราะคิดเมตตาคนทั้งสากลจงเห็นเป็นพยาน



พระอภัยมณี

ประวัติ สันนิฐานว่าสุนทรภู่จะเริ่มเเต่งขณะต้องโทษจำคุกในสมัยรัชกาลที่๒

ทำนองเเต่งใช้กลอนสุภาพ

เรื่องย่อ พระอภัยมณีเเละท้าวศรีสุวรรณ โอรสกษัตริย์กรุงรัตนาไปศึกษาวิชา พระอภัยมณีเลือกที่จะเรียนเป่าขลุ่ยส่วนศรีสุวรรณเรียนกระบี่กระบอง พระบิดาทรงกริ้วมากจึงไล่ทั้งสองออกจากวัง ต่อมาพระอภัยถูก นางผีเสื้อสมุทร จับเอาไปเป็นสามี ศรีสุวรรณ เเละสหายพราหมณ์ ๓ คนออกติดตาม ศรีสุวรรณ ได้นางเกษรา ธิดาท้าวทศวงศ์ เมืองรมจักรเป็นชายา มีธิดาชื่ออรุณรัศมี พระอภัยมณีกับสินสมุทร บุตรชายหนีนางผีเสื้อสมุทรไปอยู่กับฤาษีที่เกาะแก้วพิศดาร และได้นางเงือกเป็นชายา ต่อมาเรือของท้าวสิรลาช แห่งเมืองผลึก กับนางสุวรรณมาลีถูกพลัดมาติดเกาะ พระอภัยและสินสมุทรขอโดยสารกลับเมือง ผีเสื้อสมุทรอาละวาดจนเรือแตก ท้าวสิลาชจมน้ำตาย สินสมุทรพานางสุวรรณมาลีมาขึ้นฝั่งได้และโดยสารเรือของโจรสุหรั่ง ต่อมาโจรสุหรั่งคิดร้ายต่อนางสุวรรณมาลี สินสมุทรจึงฆ่าเสีย สินสมุทรยึกเรือได้ และได้เกิดสู้รบกับศรีสุวรรณ และพราหมณ์ทั้งสาม ซึ่งออกตามพระอภัยมณี พอรู้จักกันจึงพากันเดินทางต่อไป เมื่อเรือแตกพระอภัยมณีขึ้นฝั่งได้ นางผีเสื้อสมุทรตามมาหาพระอภัยมณีก็เป่าปี่ นางก็ตาย ร่างกลายเป็นหิน อุศเรน โอรสกษัตริย์แห่งลังกา คุ่หมั้นของนางสุวรรณมาลีผ่านมารับพระอภัยมณีไปด้วยเมื่อพบขบวนเรือของสินสมุทร เมื่ออุศเรนขอรับนางสุวรรณมาลี สินสมุทรก็ไม่ยอมให้นางไป จึงเกิดการสู้รบกัน อุศเรนแพ้บาดเจ็บกลับไป เมื่อถึงเมืองผลึก พระอภัยมณีได้ครองเมือง นางสุวรรณมาลีน้อยใจ พระอภัยมณีที่ให้สินสมุทรมอบนางแก่อุศเรน จึงหนีไปบวชชี นางวาลีสนมเอกของพระอภัยมณี ออกอุบาย ให้นางสึกและอภิเษกกับพระอภัยมณี อุศเรนกับพระบิดายกทัพมาแก้มือกับพระอภัยมณี แต่ก็พ่ายกลับไป เจ้าลังกาตายเพระถูกอาวุธ ส่วนอุศเรนตายเพราะถูกนางวาลียั่ว นางละเวง น้องสาวของอุศเรน คิดทำศึกแก้แค้นโดยลวงขอกำลังจากเมืองต่างๆ พระอภัยจะนำทัพไปตีลังกาแต่พระอภัยมณีและพรรคพวกก็กลับหลงเสน่ห์นางฝ่ายลังกาและเข้าข้างลังกาเสียจนหมด นางสุวรรณมาลีจึงต้องขอกำลังจาก รมจักร และ การเวก ทำพิธีอัญเชิญฤาษี เกาะแก้วพิศดารมาเทศนาโปรด สงเครามจึงยุติลง ชั่วระยะเวลาหนึงต่างฝ่ายต่างลากลับบ้านเมือง เสาวคนธ์ ธิดาท้าวการเวกขอโคตรเพชรของเมืองลังกาไปไว้ที่เมืองการเวก สินสมุทรได้อภิเษก กับอรุณรัศมี เสาวคนธ์ไม่ยอมคืนดีกับสุดสาคร เพราะแค้นใจ ที่ไปหลงนางเมืองลังกาต่อมาสังฆราชบาทหลวงเมืองลังกาได้ยุแหย่ให้ยกทัพไปชิงโคตรเพชรจากเมืองการเวก แล้วไปตีเมื่องผลึกและรมจักร และได้จับนางสุวรรณมาลีกับธิดาทั้งสอง ตลอดจนท้าวทศวงศ์และมเหสี ไปขังไว้ พระอภัยและนางละเวงช่วยกันปราบทัพของมังคลาจนแตกพ่าย สุดสาครได้อภิเษกกับเสาวคนธ์ครองเมืองลังกา และฝ่ายพระอภัยก็ออกบวชเป็นฤาษี และนางละเวงก็ออกบวชตามด้วย

ตัวอย่างข้อความบ้างตอน

ถึงม้วยสิ้นดินฟ้ามหาสมุทร

ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน

แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา

แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา

แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง

เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่ เป็นราชสีห์สิงสู่เป็นคู่สอง

จะติดตามทรามสงวนนวลละออง เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป

* พระอภัยมณีพูดกับนางละเวง



บทละคร อภัยนุราช

อภัยนุราช
ท่านสุนทรภู่ได้แต่งบทละครเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น คือ เรื่องอภัยนุราช เพื่อถวายพระองค์เจ้า ดวงประภา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องของท้าวอภัยนุราช กษัตริย์ครองเมืองรมเยศร ครั้งหนึ่งทรงต้องการออกประพาสป่า แต่ไม่ยอมเซ่นสังเวยแสดงความเคารพต่อผีป่าเสียก่อน และได้กล่าวลบหลู่ดูถูก ผีป่าจึงดลบันดาลให้ท้าวอภัยนุราชต้องเสียบ้านเสียเมือง พร้อมทั้งพระนางทิพยมาลีพระมเหสี พระอนันต์พระโอรส และวรรณาพระธิดา ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่ง ดังต่อไปนี้
เหมือนเขาเปรียบเทียบความเมื่อยามรักน้ำผักต้มขมก็ชมหวาน
เมื่อจืดจางห่างเหินเนิ่นนานน้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวดู



edit @ 2005/06/23 00:26:35

2005/Jun/22

นิราศสุพรรณ

นิราศสุพรรณแต่งขึ้นในราวปี พ.ศ.๒๓๗๔ ในระหว่างที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสระเกศ วัตถุประสงค์ในการเดินทางคือเพื่อหาแร่ชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำมาแปรธาตุชนิดอื่นได้ พูดง่ายๆ คือท่าน "เล่นแร่แปรธาตุ" นั่นเอง

นิราศเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเดียวของท่านที่แต่งเป็นโคลง ทำนองจะลบคำสบประมาทว่าท่านแต่งได้แต่เพียงกลอน ในนิราศเรื่องนี้ เราจะพบท่านสุนทรภู่แต่งโคลงกลบทไว้หลายต่อหลายรูปแบบ และโคลงที่มีสัมผัสในเหมือนอย่างกลอนที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า ท่านสุนทรภู่ใช้คำเอกโทษ โทโทษ เปลืองที่สุด ด้วยหมายจะคงความหมายดังที่ต้องการ ส่วนการรักษารูปโคลงเป็นเพียงเรื่องรอง ทำให้ได้รสชาติในการอ่านโคลงไปอีกแบบหนึ่ง เพราะต้องเดาด้วยว่าท่านต้องการจะเขียนคำว่าอะไร

การเดินทางครั้งนี้เหนื่อยยากหนักหนาแทบจะเอาชีวิตไม่รอด สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา ท่านได้เขียนเตือนบุตรหลานทั้งหลาย ในโคลงก่อนบทสุดท้ายของนิราศ คือบทที่ ๔๖๑ ว่า:

หวังไว้ให้ลูกเต้าเหล่าหลาน
รู้เรื่องเปลืองป่วยการเกิดร้อน
อายุวัฒนะขนานนี้พ่อ ขอเอย
แร่ปรอทยอดยากข้อนคิดไว้ให้จำฯ


อนึ่ง ในการคัดลอกโคลงนิราศสุพรรณมาลงไว้ที่นี้ ผู้จัดทำได้ดัดแปลงคำบางคำจากต้นฉบับของกรมศิลปากร เพราะมีหลายคำที่สะกดผิดเพี้ยนไปจากคำในปัจจุบัน จนกระทั่งการอ่านครั้งแรกจับคำไม่ได้ ทั้งนี้จะแปลงเฉพาะคำที่ผิดเพี้ยนมากจริงๆ เท่านั้น ส่วนคำที่ผิดเพี้ยนเพียงเล็กน้อย และคำที่แปรรูปไปในตำแหน่งเอกโทษ โทโทษ จะคงไว้ตามเดิม ทั้งนี้ด้วยมุ่งหมายให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราว การผจญภัยของท่านสุนทรภู่ได้อย่างสนุกสนานและราบรื่น


๑) ๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า
จรูญจรัดรัศมีพราว
ยามดึกนึกหนาวหนาว
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย

ดาดาว
พร่างพร้อย
เขนยแนบ แอบเอย
เยือกฟ้าพาหนาวฯ


(๒) ๏ มหานากฉวากวุ้ง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขีสอง
คุกคิดมิศหมายครอง
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ

คุ้งคลอง
ฝั่งน้ำ
สัจสวาดิ ขาดเอย
โศกทั้งหมางสมรฯ


(๓) ๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย
ไว้ที่ท่าสาคร
ศาลาน่าวัดภร
ใครที่พี่เป็นผี้

สุรธร
เขตนี้
พี่ฝาก มากเอย
พี่ให้อไภยเจริญฯ


(๔) ๏ จำร้างห่างน้องนึก
สองฝ่ายชายหญิงยวน
หวังชายฝ่ายหญิงชวน
กลเช่นเล่นซักเสร้า

น่าสวน
ยั่วเย้า
ชื่นเช่น เหนเอย
เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ

(๕) ๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษก้ม
กุฏศพนบมานดา
เดชะพระกุศลภา
เสวยศุกทุกค่ำเช้า

คมลา
เกิดเกล้า
พ้นโลก โอกฆเอย
ช่องชั้นสวรรยางคฯ


(๖) ๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม

หลักเรือ
เกลื่อนกลุ้ม
ลำบาก ยากแฮ
ถี่ฆ้องสองยามฯ


(๗) ๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง
หง่งหงั่งระฆังขาน
สังแตรแซ่เสียงประสาร
ยามดึกครึกครื้นก้อง

กังสดาน
แข่งฆ้อง
สังขีด ดีดเอย
ปี่แก้วแจ้วเสียงฯ

ถ้าเพื่อนคนใดสนใจจะอ่านต่อล่ะก็ คลิกที่นี้ เลยจ้า >> นิราศสุพรรณ

นิราศเมืองเเกลง นิราศพระประธม นิราศเมืองเพรช นิราศอิเหนา นิราศวัดเจ้าฟ้า

นิราศภูเขาทอง นิราศพระบาท รำพันพิราบ



edit @ 2005/06/23 00:38:42

2005/Jun/22

นิราศ คือ บทประพันธ์ที่แต่งขึ้นเพื่อบรรยายถึงสภาพการเดินทาง ด้วยสมัยก่อนการเดินทางค่อนข้าง ลำบากและใช้เวลานาน นักเดินทางจึงแก้ความเหงาเบื่อด้วยการประพันธ์บทกวี พรรณนาถึงการเดินทาง และสภาพภูมิประเทศ โดยมากมักโยงเข้ากับความรัก

นิราศที่แต่งกันในชั้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่งทั้งเป็นโคลงแลเป็นกลอนสุภาพ ดูเหมือนกวีที่แต่งนิราศ ในครั้งรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ จะถือคติต่างกันเป็น ๒ พวก พวกหนึ่งถือคติเดิมว่า โคลงฉันท์เป็นของสำคัญ และแต่งยากกว่ากลอน กวีพวกนี้แต่งนิราศเป็นโคลงตามเยี่ยงอย่างศรีปราชญ์ทั้งนั้น กวีอีกพวกหนึ่งชอบ เพลงยาว อย่างเช่นเล่นกันเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา กวีพวกนี้แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพทั้งนั้น ถ้าว่าเฉพาะ ที่เป็นกวีคนสำคัญในพวกหลังนี้ คือสุนทรภู่แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพมากเรื่องกว่าใครๆ หมด กลอนของ สุนทรภู่คนชอบอ่านกันแพร่หลาย ก็ถือเอานิราศของสุนทรภู่เป็นแบบอย่างแต่งนิราศกันต่อมา ตั้งแต่รัชกาล ที่ ๓ จนถึงรัชกาลที่ ๕"

นิราศของสุนทรภู่ นอกจากจะพรรณนาการเดินทางแล้ว ท่านยังสอดแทรกคติธรรม ข้อเตือนใจต่างๆ และเปรียบเทียบถึงชีวิตของตัวท่านเองเข้าไว้ด้วย ทำให้นักศึกษางานของท่านสืบเสาะประวัติของท่านจาก งานนิพนธ์ของท่านเองได้มาก

ท่านสุนทรภู่แต่งนิราศไว้มาก แต่เท่าที่พบในปัจจุบันมี ๘ เรื่อง คือ
นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศวัดเจ้าฟ้านิราศอิเหนานิราศสุพรรณนิราศพระประธม และ นิราศเมืองเพชร ส่วน รำพันพิลาป ก็มีเนื้อความรำพึงรำพันทำนองเดียวกับนิราศ เนื้อหาเกี่ยวกับชีวประวัติของท่านสุนทรภู่เป็น ส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนี้ ในช่วงเวลาที่ท่านบวชเป็นพระนั้น ท่านได้ธุดงค์ไปทั่ว จึงเชื่อว่ายังมีนิราศ เรื่องอื่นของท่านที่ยังมิได้ค้นพบ หรืออาจไม่มีวันค้นพบก็ได้ เพราะต้นฉบับอาจถูกทำลายไปเสียแล้วเมื่อ ครั้งปลวกขึ้นกุฏิของท่านที่วัดเทพธิดาราม



edit @ 2005/06/22 23:55:21